5

5 เครื่องมือช่วยเหลือนักเทรด

ฟรี! เครื่องมือในการเทรดที่จะช่วยให้คุณเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าคนอื่นเขา “ติดตามการเคลื่อนไหวของตลาด” อย่างไร วันนี้ทีมงาน ฟิวชั่น มาร์เก็ต ขอแนะนำเครื่องมือช่วยในการเทรดให้คุณทันสถานการณ์ในตลาดและสามารถช่วยคุณให้เทรดและวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 


เครื่องมือที่เราแนะนำเหล่านี้เหมาะกับนักเทรดในระดับต่างๆกัน ตั้งแต่เริ่มเทรดไปจนถึงมืออาชีพ และที่สำคัญเครื่องมือเหล่านี้คุณสามารถหาใช้ได้โดยไม่ต้องเสียเงินซักบาทเดียว 


1. Babypips ที่เว็บนี้มีคอร์สสอนฟอเร็กซ์ฟรีที่ไม่เป็นรองใคร และมีให้คุณได้เรียนรู้ตั้งแต่นักเทรดมือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ ทางทีมงานแอบกระซิบว่ามันดีมากขนาดที่โบรกเกอร์ที่จ้างพนักงานใหม่ต้องให้เรียนคอร์สความรู้พื้นฐานไปจนถึงระดับสูงกับที่นี่ ! 


2. Forexlive – เว็บนี้เป็นเว็บที่มีข่าวสำคัญ และที่สำคัญที่สุดอัพเดทได้รวดเร็วมาก จึงทำให้เว็บนี้ดังสมกับชื่อ Forexlive ที่ตั้งไว้จริงๆ นอกจากจะมีข่าวท่วงทันสถานการณ์แล้ว ก็ยังมีบทความวิเคราะห์เกี่ยวกับตลาดฟอเร็กซ์ที่ดีอีกด้วย 


3. Tradingview – หากคุณเป็นคนที่ชอบวิเคราะห์กราฟและชอบวิเคราะห์แนว Technical Analysis (เหมือนที่ 70% ของนักเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ทำ) เราขอแนะนำเว็บนี้ เนื่องจากมีผู้ใช้งานมากถึง 4ล้านคน และกลุ่มผู้ใช้งานเหล่านี้มีการวิเคราะห์ที่น่าทึ่งจนเราอยากแนะนำให้ ที่สำคัญยังมีการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มากไปกว่าคู่เงิน เช่น มี ดัชนีหุ้น ทอง น้ำมัน เป็นต้น 


4. Boris and Kathy – ที่นี่เหมาะมากสำหรับนักเทรดสาย Fundamental ในเว็บนี้คุณจะได้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ macroeconomic โดยสองนักวิเคราะห์ชื่อดังในตลาดฟอเร็กซ์ Boris และ Kathy ที่คุณอาจจะคุ้นเคยจากการดูข่าวใน Bloomberg หรือ CNBC ในเว็บนี้คุณจะได้ข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดแบบเจาะลึกรายวัน และที่สำคัญ ฟรี ! 5. Fusion Markets Economic Calendar – คุณอาจจะบอกว่าที่ไหนก็มีปฏิทินเศรษฐกิจ แต่ปฏิทินของ ฟิวชั่น มาร์เก็ตนั้น เราทำให้มันดูง่ายขึ้นและจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการเทรดที่คุณต้องใช้ และคุณสามารถเก็บข้อมูลลงในปฏิทินของคุณเองเพื่อให้แจ้งเตือนได้อีกด้วย คุณยังคงสามารถอัพเดทผลตัวเลขในประกาศต่างๆ คุณคงไม่อยากจะตกใจเมื่อเปิดมาดูกราฟ EURUSD แล้วพบว่าคุณได้พลาดโอกาสการเทรดที่จะทำกำไรได้ 200 pip เพราะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยใช่หรือไม่ 


ต้องขออภัยที่ต้องแนะนำแหล่งข้อมูลที่เป็นภาษาอังกฤษ เพราะเรากำลังแข่งขันกับคนทั้งโลก และของมันดีจริงๆ ถ้าภาษาอังกฤษของคุณไม่แข็งแรง นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะได้ทั้งความรู้ด้านการเทรดและภาษาอังกฤษ ข้อมูลจากแหล่งเครื่องมือที่เราแนะนำเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ดีมากจริงๆ และเราอยากให้คุณได้ใช้มัน ของฟรีและดีมีอยู่จริง


สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดแต่ไม่ถึงตาย (ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น) /

สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดแต่ไม่ถึงตาย (ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น) 

สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดแต่ไม่ถึงตาย (ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น) 
 

That which not kill us make us stronger - สิ่งที่ฆ่าเราไม่ได้จะทำให้เราจะแข็งแกร่งขึ้น - ฟรีดิช นีทเชอ  

 

อาจจะดูแปลกตาที่เราเริ่มต้นบทความแบบนี้ แต่คำพูดนี้ดูเหมือนจะเป็นความจริงเมื่อพูดถึงความสำเร็จเฉพาะทาง 
  

จากงานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์เมื่อไม่นานมานี้ใน Journal Nature  พบว่าการที่คนเราได้ผ่านปัญหามากมายในช่วงแรกของการทำงานจะมีผลทำให้มีความแข็งแกร่งในหน้าที่การงานในระยะยาวเพิ่มมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่เคยผ่านปัญหาหรืออุปสรรคใดๆเลย 

 

สรุปเนื้อหาการวิจัยก็คือ การวิจัยนี้เป็นการทดลองเปรียบเทียบนักวิทยาศาสตร์สองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐ และอีกกลุ่มก็คือกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล 

 

10 ปีผ่านไป กลุ่มที่ไม่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จทางหน้าที่การงานมากกว่ากลุ่มที่ได้รับทุนสนับสนุน ซึ่งแปลว่าคนที่ผ่านอุปสรรคในการทำงานช่วงต้นๆจะกลับมายืนหยัดและประสบความสำเร็จได้มากกว่าคนที่ไม่เคยเจออุปสรรคเลย 

 

ประเด็นนี้ยิ่งทำให้ต้องกลับมาคิดว่าความเจ็บปวดและผิดหวังต่างๆ ถือเป็นแรงผลักดันที่ดีในการก้าวไปสู่ความสำเร็จในภายภาคหน้า และจากที่เราได้พบเจอพูดคุยกับนักเทรดหลายท่าน ฤษฎีนี้นำมาใช้กับการเทรดได้เช่นเดียวกัน 

 

การเทรดในช่วงแรกๆอาจไม่เป็นอย่างที่คุณคาดหวัง 
 

การมีความมั่นใจผิดๆที่มากเกินไปอาจจะทำให้การเทรดไม่ประสบความสำเร็จ  
นักเทรดมือใหม่ส่วนใหญ่จะไม่สนใจเรื่องการบริหารความเสี่ยง เปิดออร์เดอร์ที่ใหญ่และมักจะได้กำไรก้อนโตจากการเทรดครั้งแรกๆ ซึ่งการได้กำไรนั้นเป็นสิ่งที่ดีและเราก็ต้องการให้คุณได้กำไร แต่ด้วยการเทรดลักษณะนั้นทำให้นักเทรดมือใหม่คิดว่าการเทรดเป็นเรื่องง่ายและจะมีความมั่นใจมากเกินไป 

 

เรามักจะพบเรื่องราวของคนเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง คุ้นตากันบ้างไหมกับประโยคเหล่านี้ ทำเงินได้ 1,000,000 เหรียญในการเทรดครั้งแรก หรือ เพื่อนของผมเพิ่งทำกำไรได้ 15,000 เหรียญจากการเทรด AUDUSD” และอีกหลายเรื่องราวที่เคยผ่านตาคุณ ซึ่งเรามองเป็น Junk Food ในสายการเงิน (financial junk food) 

 

จากการวิจัยที่เรากล่าวมานั้น สรุปได้ว่าการที่เราคิดว่าบางอย่างเป็นเรื่องง่ายอาจจะทำให้เราหลอกตัวเองในสิ่งที่ไม่ได้เป็นจริง 

 

การยอมรับความเจ็บปวด 

 

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าเราไม่ได้หมายความว่าให้คุณขาดทุนเยอะๆเพื่อที่จะเรียนรู้การทำกำไรเยอะ หรือหมายความว่าการทำกำไรได้ในช่วงแรกๆนั้นไม่ดี 

 

จากประสบการณ์ของพวกเรา (และจากงานวิจัย) พบว่านักเทรดที่เจออุปสรรคในการเทรดช่วงแรกๆก็เหมือนกัคนที่พลาดโอกาสทางสายงาน และถ้าหากเริ่มต้นมาแล้วง่ายเกินไปคุณอาจจะทำร้ายตัวเองโดยที่คุณไม่รู้ตัวด้วยการหลอกตัวเองว่าคุณเก่งกว่าที่คุณเป็น 

 

การเทรดนั้นไม่เหมือนเกมส์ที่จะเอาชนะได้ง่ายๆในสัปดาห์แรกๆหรือเดือนแรกๆ ก็คงคล้ายกับว่าคุณคงไม่สามารถเป็นนักบินได้หลังจากจบหลักสูตรการเทรนได้เพียง 1 สัปดาห์ แต่คุณสามารถตั้งเป้าให้กับตัวเองได้ คุณว่าจริงไห? 

 

มันไม่ง่าย และต้องใช้เวลาทำความรู้จักกับมัน ตลาดไม่เคยเหมือนเดิมในทุกๆวัน และคุณก็คงเคยได้ยินว่า 40% ของนักเทรดไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะคนเหล่านั้นมีความคาดหวังมากเกินไปและยอมแพ้เร็วไป   

 

การที่จะประสบความสำเร็จในการเทรดได้นั้นก็เหมือนกับการใช้ชีวิต 

 

ต้องทุ่มเท ไตร่ตรอง ใช้เวลาในการเรียนรู้และพบกับความผิดพลาดหลายต่อหลายครั้ง (แน่นอนในบาครั้ง อาจจะเจ็บทั้งใจและเสียทั้งเงิน) 

ถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังเริ่มต้นและประสบกับปัญหาระหว่างทาง เราอยากให้คุณรู้ไว้เลยว่าไม่ใช่คุณคนเดียวที่ต้องพบเจอกับปัญหาเหล่านี้ 

มันจะดีกว่ามากถ้าคุณมองปัญหาเหล่านี้เป็นความท้าทายในชีวิต อาจจะทำให้ชีวิตเจ็บปวดบ้างในบางครั้งแต่ถ้ามันง่ายจริงๆ ทุกคนก็คงเทรดกันหมดแล้ว คุณว่าจริงไหม? 


Fusion

Fusion Markets X ?

หากจะอธิบายแบบง่ายๆเลยก็คือ Fusion Markets นั้น เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศออสเตรเลียและกำกับโดย ASIC (Australian Securities and Investments Commission) ส่วน Fusion Markets X นั้นเป็นบริษัทในประเทศวานูอาตู และกำกับดูแลโดย VFSC (Vanuatu Financial Services Commission) 

สาเหตุที่ทำให้ Fusion Markets มีความจำเป็นต้องจดทะเบียนบริษัท Fusion Markets X ที่ประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศออสเตรเลียก็คือ ความต้องการที่จะบริการลูกค้าและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เนื่องจาก ASIC เริ่มมีกฏเกณฑ์ทางการลงทุนที่เข้มงวดขึ้น และเริ่มที่จะไม่ตอบโจทย์นักเทรดในประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทย

ถ้าถามว่าโบรกเกอร์ทุกบริษัทที่จดทะเบียนที่ประเทศวานูอาตูนั้นเชื่อถือได้ไหม เราไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่ว่าจะจดจากประเทศไหนและหน่วยงานใดก็สามารถทำธุรกิจอย่างไม่ซื่อสัตย์กับลูกค้าได้ทั้งสิ้น
แต่ถ้าถามว่าโบรกเกอร์ Fusion Markets X ที่ประเทศวานูอาตูนั้นเชื่อถือได้ไหม เราตอบได้ว่า เชื่อถือได้และไม่มีอะไรแตกต่างกับ Fusion Markets ที่ออสเตรเลีย Head Quarter ก็ยังอยู่ที่ออสเตรเลีย ผู้บริหารและทีมงานบริหาร รวมถึงทีมซัพพอร์ตเป็นทีมเดียวกัน ที่สำคัญที่สุดนั้นเป้าหมายและความมุ่งมั่นที่จะให้บริการนักลงทุนให้เทรดด้วยระบบที่ดีที่สุดและมีค่าใช้จ่ายในการเทรดน้อยที่สุดก็ยังคงเป็นเช่นเดิม

สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ

Leverage : ASIC อาจจะกำหนดลดลงเหลือเพียงแค่ 1:20 ในขณะที่ Fusion Markets X เรายังให้คุณเทรดได้ถึง 1:500 

THB Account: บัญชีเทรดที่เป็นสกุลเงินบาทสำหรับ Fusion Markets X ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน

ช่องทางการฝากเงิน: สามารถฝากเงินผ่าน QR Code ใน Fusion Markets X
หากคุณสนใจที่จะเทรดกับ ASIC License Fusion Markets ก็ยินดีให้บริการคุณเหมือนเดิม
และหากคุณสนใจที่จะเทรดด้วยเงื่อนไขที่ดีกว่า Fusion Markets X ก็พร้อมให้บริการคุณเช่นกัน

คอมมิชชั่นต่ำกว่าดีอย่างไร

คอมมิชชั่นต่ำกว่าดีอย่างไร

ก่อนอื่นขอเริ่มต้นบทความว่า “คอมมิชชั่นที่ต่ำ” นั้น ไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจเลือกลงทุนในโบรกเกอร์ ยังมีปัจจัยอีกหลายๆสิ่งที่ควรพิจารณาประกอบกัน เช่น ค่าสเปรด ความรวดเร็วของระบบเทรด การแยกเงินลงทุนของนักลงทุนออกจากเงินบริหารของบริษัท การฝากถอนที่รวดเร็ว และที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือการให้บริการที่รวดเร็วทันใจและมีประสิทธิภาพหรือไม่
แต่ในบทความนี้จะขยายความของคำว่า คอมมิชชั่น ที่ โบรกเกอร์ทั่วไปเรียกเก็บนั้น มาจากไหน และค่าคอมมิชชั่นที่นักลงทุนต้องจ่ายให้แต่ละโบรกเกอร์ต่างกัน มีผลกับการเทรดของนักลงทุนมากน้อยเพียงใด
อย่างที่ได้ทราบกันก็คือ สำหรับบุคคลทั่วไปถ้าต้องการเข้าทำการซื้อขายในตลาดค่าเงิน หรือที่เรียกกันว่า ตลาดฟอเร็กซ์นั้น จะสามารถทำการซื้อขายได้ก็ต่อเมื่อมีการส่งคำสั่งผ่านโบรกเกอร์เท่านั้น
หน้าที่ของโบรกเกอร์ก็คือให้บริการด้านระบบเพื่อที่จะส่งคำสั่งของนักลงทุนไปสู่ตลาดให้รวดเร็วที่สุด ค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการให้บริการลักษณะนี้เองก็คือ “คอมมิชชั่น”
ค่าคอมมิชชั่นที่ต่ำกว่าดีกว่าอย่างไรนั้น ขออนุญาตยกเลขสมมุติเพื่อจะได้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น
เปิดออร์เดอร์ BUY EURUSD จำนวน 10 LOT ที่ราคา 1.20000 และปิดที่ 1.20010
กำไร (1.20010 - 1.20000) x 100,000 x 10 = $100
โบรกเกอร์ ก คิดค่าคอมมิชชั่น $4.5 ต่อ LOT
กำไรสุทธิ = 100 – (4.5 x 10) = $55
โบรกเกอร์ ข คิดค่าคอมมิชชั่น $9 ต่อ LOT
กำไรสุทธิ = 100 – (9 x 10) = $10
เทรดกับโบรกเกอร์ ก ได้กำไรมากกว่า โบรกเกอร์ ข $45
ทั้งนี้ แต่ละโบรกเกอร์ก็มีแผนธุรกิจที่แตกต่างกันไป บางโบรกเกอร์อาจจะมีการสอนให้นักลงทุน “ฟรี” แต่เรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น ”แพงกว่า” โบรกเกอร์ที่ทำธุรกิจแบบมุ่งเน้นให้บริการด้านระบบเท่านั้น
ความต้องการของนักลงทุนที่ต่างกันทำให้โบรกเกอร์สามารถคิดค่าคอมมิชชั่นที่แพงขึ้นเพื่อแลกกับ “ออปชั่นเสริม” ที่นักลงทุนอยากได้
ในขณะที่นักลงทุนกลุ่มนึงต้องการแค่รถรุ่นเดียวกันแต่อาจจะไม่มี “ชุดแต่ง” โดยที่ไปถึงจุดหมายได้แบบเดียวกันแต่เสียเงินน้อยกว่า
คุณได้จ่ายแพงขึ้นเพื่อ “ออปชั่นเสริม” ที่คุณต้องการ หรือเป็นเพียง “สิ่งฟุ่มเฟือย” ?

วิธีล้างพอร์ตภายใน

วิธีล้างพอร์ตภายใน 5 วัน หรือน้อยกว่านั้น

ง่ายๆ ถ้าคุณต้องการให้เงินในบัญชีเทรดที่คุณเพิ่งฝากไปหยกๆ หมดไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่คุณทำตามขั้นตอนต่อไปนี้



1. พยายามหาอินดิเคเตอร์ ที่สามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์ – และเมื่อคุณคิดว่า อินดิเคเตอร์ของคุณแหล่มกว่าใครๆแล้ว ให้คิดว่าอินดิเคเตอร์ตัวนี้จะผลิตเงินให้คุณได้มากมาย ให้คุณทรด Volume ใหญ่ๆ เทรดเยอะๆ และคิดว่าบัญชีเทรดของคุณจะมีแต่ บวก บวก และก็บวก!

2. เมื่ออินดิเคเตอร์ของคุณบอกคุณว่า ตอนนี้มัน Oversold แล้ว ให้ เข้า BUY ได้เลยทันที ไม่ต้องคิดอะไรอย่างอื่นแล้ว ไม่ต้องคิดว่าจะมีข่าวใหญ่ๆกำลังจะออกหรือไม่ อินดิเคเตอร์นี้ชัวร์ที่สุดในโลก!

3. ไม่ต้องสนใจสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ต้องดูปฏิทินข่าวใดๆทั้งนั้น - เรื่องพวกนี้มันน่าเบื่อมากจริงๆ อย่าไปสนใจมันก็ได้ ดูกราฟเฉยๆ เดี๋ยวก็มีจังหวะที่อินดิเคเตอร์ของคุณบอกเองว่าถึงเวลาเข้าตลาดเพื่อทำกำไร

4. เชื่อการวิเคราะห์ของคนอื่น - ให้เข้าไปดูในกรุ๊ปต่างๆที่คนพูดเกี่ยวกับการเทรดฟอเร็กซ์และอ่านไปเรื่อยๆจนคุณเจอความคิดเห็นที่คิดเหมือนคุณเป๊ะเลย ให้เชื่อเขา และทำตามที่เขาบอก คนคิดแบบเรามีน้อยจังแฮะ เราและเขาคนนั้นจะรวยไปด้วยกัน

5. เข้าไปดูคนอื่นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการเทรดของเขา และลองทำตามดูเลยทันที ไม่ต้องหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเลย ทำตามเขาไปเดี๋ยวก็ได้กำไรแบบเขาเอง

6. ไม่ต้องวางแผนการเทรด ถ้าเห็นจังหวะปุ๊บ ให้เข้าเทรดปั๊บ ไม่ต้องคิดเยอะ
7.ให้คิดถึงแต่ว่าคุณจะเทรดได้เงินเท่าไหร่ ไม่ต้องคิดว่าโอกาสในการขาดทุนมีเท่าไหร่ เพราะเรามั่นใจว่าเรามีแต่จะได้ กับได้ !

8. ไม่ต้องเซท Stop loss คนเก่งๆเค้าไม่ต้องมีหรอก Stop loss คนอย่างเราไม่มีวันแพ้

9. ใช้อารมณ์ในการเทรดมากๆหน่อย เห็นกราฟแล้วรู้สึกว่าต้องเข้าได้แล้ว มันเป็นจังหวะที่ดีมากๆ เห็นแล้วเข้าเลย

คำแนะนำ
ทำตามวิธีการเหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ อีกไม่นานเท่าไหร่ บัญชีเทรดของคุณจะต้องเกือบเป็นศูนย์ (หรือติดลบ) แน่ๆ
แต่.....ถ้าไม่อยากให้บัญชีเทรดขาดทุนมากๆ คุณน่าจะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ไม่ควรทำ


5

5 หลักการในการเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์

1. ความปลอดภัย

มันคงไม่ดีแน่หากคุณจะเอาเงินที่คุณหามา ได้ ไปลงทุนกับใครก็ไม่รู้ที่คุณไม่รู้จัก แต่ ข่าวดีก็คือ มีหน่วยงานที่เชื่อถือได้ในแต่ละ ประเทศที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนของ คุณและกำหนดกฏเกณฑ์ที่เข้มงวดเพียงพอ ให้การลงทุนของคุณนั้นปลอดภัย สิ่งที่ สำคัญที่สุดที่ควรดูว่าโบรกเกอร์นั้นอยู่ภาย ใต้การควบคุมของหน่วยงานทางการเงิน หน่วยงานใด ถ้าดำเนินธุรกิจภายใต้หน่วย งานเหล่านี้ คุณสบายใจได้เลยครับ



ประเทศอเมริกา : National Futures Association (NFA) และ Commodity Futures Trading Commission (CFTC)
ประเทศอังกฤษ : Financial Conduct Authority (FCA) และ Prudential Regulation Authority (PRA)
ประเทศออสเตรเลีย : Australian Securities and Investment Commission (ASIC)
ประเทศสวิสเซอแลนด์ : Swiss Federal Banking Commission (SFBC)
ประเทศเยอรมัน : Bundesanstalt für Finanzdienstleistungsaufsicht (BaFIN)
ประเทศฝรั่งเศส : Autorité des Marchés Financiers (AMF)
ประเทศแคนาดา : Investment Information Regulatory Organization of Canada (IIROC)

2. ค่าธรรมเนียมต่างๆ

ไม่ว่าสไตล์การเทรดของคุณจะเป็นแบบไหนก็ตาม คุณต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเทรดไม่ว่าจะ เป็นค่าสเปรดหรือค่าคอมมิชชั่น และไม่ว่าค่าธรรมเนียมพวกนี้จะดูน้อยนิด แต่เมื่อเทรดเยอะๆแล้ว มันไม่น้อยเลยนะครับ ลองคำนวณดู

3. แพลตฟอร์มที่ใช้ในการเทรด

โปรแกรมที่ใช้ในการเทรดก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรดูว่าโบรกเกอร์ที่คุณใช้มีโปรแกรมเทรดที่เป็น มาตรฐาน และมีความ user friendly มากน้อยแค่ไหน เพราะการเทรดในตลาดที่มีความผันผวนสูง แบบนี้ คุณต้องการความว่องไวในการใช้งาน

4. การส่งคำสั่งหรือ

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ โบรกเกอร์ที่ดีควรจะสามารถส่งคำสั่งได้รวดเร็ว และได้ราคาที่ดีที่สุด เพื่อคุณ (ในภาวะตลาดปกติ) ระบบการเทรดและ server ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณควรพิจารณา เพราะ ไม่กี่ pip ที่ต่างกันนั้นอาจจะทำให้คุณสูญเสียกำไรในการเทรดไปได้เยอะนะครับ

5. การบริการลูกค้า

ไม่มีโบรกเกอร์ที่ไหนจะเพอร์เฟคไปซะทุกเรื่อง และด้วยเหตุนี้ คุณควรเลือกโบรกเกอร์ที่คุณ สามารถติดต่อได้ง่ายเมื่อเกิดปัญหา การบริการเมื่อเกิดปัญหาทางเทคนิคหรือปัญหาเกี่ยวกับการ เทรดสำคัญมากๆพอๆกับการส่งคำสั่งเทรดเลยนะครับ โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์บางที่มีการบริการลูกค้า อย่างดีเมื่อเปิดบัญชี แต่การบริการหลังจากการเป็นลูกค้าแล้วนั้น ไม่ค่อยจะดีเหมือนตอนเปิดบัญชี เท่าไหร่นัก ระวังกันด้วยนะครับ


Want to Start Trading? Get started live or try a free demo.

TRY A FREE DEMO